เดิมทีเดียวครอบครัวของผมในรุ่น คุณพ่อคุณ แม่ มีอาชีพปลูกอ้อย และพืชล้มลุก ต่อมาหันมาปลูก ไม้ผลยืนต้น เช่นมะขามหวาน มะม่วง ขนุน กระท้อน มะปรางเป็นระยะเวลาถึง 30ปี

หลังจากที่ผมได้เข้ามารับผิดชอบดุแลแทนเป็นรุ่นที่2 ผมนึกอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมเกษตรกร ต้องทำงานหนักแต่ไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตตัวเองได้เลย ทุกสิ่งต้องอาศัยกลไกภายนอกเกือบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดินฟ้า อากาศเมล็ดพันธุ์ที่ดี ค่าปุ๋ยที่แพงขึ้นทุกๆวัน โรคและแมลงที่ปรับสภาพความสามารถของตัวเองตามกาลเวลา ต้องมีการดูและและป้องกันรักษาด้วยสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของเกษตรกรอีกด้วย

ทำไมไม่มีใครคิดต่างออกไป(อาจมีคนคิดแต่อาจไม่มาก)ว่าควรหาทดสอบพืชที่เหมาะสมดับพื้นที่ที่มีอยู่ของประเทศ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ย พึ่งยาฆ่าแมลง หรือใช้แรงงานคนมากๆ หรือต้องใช้หลักวิชาการ-วิทยาศาสตร์เข้ามารวมถึงจะประสบผลสำเร็จ ในการทำการเกษตร

จึงทำให้ 12ปีที่ผ่านมาของผมเป็นจุดเริ่มต้นในการทำการเกษตรที่ไม่ใช่ ด้วยมือทั้งสองข้าง แต่ผมทำการเกษตรด้วยสมองที่พ่อ-แม่ให้ผมมา

 

มีคนถามผมว่าทำไมถึงต้องหันมาปลูกมะขามเปรี้ยว ทั้งๆที่มีผลไม้อร่อยอยู่เต็มไร่อยู่แล้ว ผมมีคำตอบง่ายๆด้วยการคิดง่ายๆคือผลไม้ที่มีอยู่ ใครๆก็ปลูกใครๆก็มี ผมจึงหาพืชที่คนมองข้าม ไม่ได้สนใจ แต่ก็ต้องใช้ต้องทานมัน เริ่มแรกที่ปลูกบางคนถึงกับร้องยี้ที่ผมปลูกมะขามเปรี้ยว เกิดมาก็เห็นๆกันอยู่แล้ว จะทำไปทำไม มีขึ้นตามข้างทางทั่วไปนี่แหล่ะคือโอกาส ของผม ทุกคนเคยเห็น เคยทาน เคยใช้ ทุกคนรู้จักเจอขึ้นตามทางตามบ้านได้เกือบทุกที่ ทุกคนต้องใช้ประโยชน์จากมะขาม แต่ไม่มีใครต้องไปใส่ใจในการดูแล แต่ก็มีให้เรากินให้เราใช้ได้ทุกๆปี และหลายๆชั่วอายุคน ในทางกลับกันมีใครทราบหรือรู้จักมะขามเปรี้ยวกันแค่ไหน มะขามเปรี้ยวคืออะไร วงจรของมะขามเป็นอย่างไร บนแผงหนังสือก็ไม่มีทำออกมาให้ศึกษา หรือมีนักวิชาการ มาสนใจที่เป็นเช่นนี้เพราะคนส่วนมากไม่ได้มองว่ามะขาม จะมาเป็นพืชเศรษฐกิจนั่นเอง

“ ฉะนั้นผมจึงหันมามองไม้ตัวนี้ ผมไม่ได้คิดที่จะทำเป็นอาชีพอย่างเดียว แต่ผมต้องการทำอย่างมืออาชีพด้วยครับ ”